top of page

5 พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้น้องแมว “ฉี่ตัน

  • 16 ก.ย. 2568
  • ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 16 ก.พ.


โรค “ฉี่ตัน” (Feline Lower Urinary Tract Disease – FLUTD) เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในแมว โดยเฉพาะแมวเลี้ยงในบ้าน หากปล่อยทิ้งไว้อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ เจ้าของจึงควรสังเกตพฤติกรรมของน้องแมวให้ดี บทความนี้จะพาไปดู 5 พฤติกรรมเสี่ยงที่อาจทำให้น้องแมวเสี่ยง “ฉี่ตัน”


1. ดื่มน้ำน้อย
  • การดื่มน้ำน้อยทำให้ปัสสาวะมีความเข้มข้นสูงเพิ่มโอกาสการเกิดตะกอนและการอุดตัน

  • แมวที่กินอาหารเม็ดเพียงอย่างเดียวมักเสี่ยงกว่าที่กินอาหารเปียก

วิธีช่วย: ควรมีน้ำสะอาดให้แมวตลอดเวลา ใช้น้ำพุแมวเพื่อกระตุ้นให้ดื่มมากขึ้น


2. เครียดง่าย
  • ความเครียดส่งผลโดยตรงต่อระบบทางเดินปัสสาวะ

  • เสียงดัง การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม หรือการมีสัตว์เลี้ยงใหม่ อาจทำให้แมวปัสสาวะลำบาก

วิธีช่วย: สร้างสภาพแวดล้อมที่สงบและปลอดภัย หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้แมวเครียด


3. กินแต่อาหารเม็ด
  • อาหารเม็ดมีความชื้นต่ำ ส่งผลให้ร่างกายแมวได้รับน้ำน้อย

  • เสี่ยงทำให้ปัสสาวะเข้มข้นและเกิดตะกอน

วิธีช่วย: เสริมอาหารเปียกหรือทำให้อาหารเม็ดมีความชื้น เช่น คลุกน้ำซุปสัตว์เลี้ยง


4. ไม่ค่อยขยับตัว
  • การไม่ออกกำลังกายทำให้ระบบเผาผลาญและการไหลเวียนเลือดไม่ดี

  • เพิ่มโอกาสเกิดโรคอ้วนและปัญหาปัสสาวะอุดตัน

วิธีช่วย: จัดเวลาเล่นกับแมวทุกวัน หรือใช้ของเล่นช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหว


5. กระบะทรายไม่สะอาด
  • แมวเป็นสัตว์รักสะอาดมาก หากกระบะทรายสกปรก แมวอาจเลี่ยงการปัสสาวะ

  • การกลั้นปัสสาวะบ่อย ๆ ทำให้เสี่ยงฉี่ตัน

วิธีช่วย: ทำความสะอาดกระบะทรายทุกวัน และจัดให้เพียงพอกับจำนวนแมว (1 ตัว = 2 กระบะ)


พฤติกรรมเหล่านี้อาจดูเล็กน้อย แต่ส่งผลใหญ่ต่อสุขภาพของน้องแมว หากเจ้าของสังเกตว่ามีอาการปัสสาวะลำบาก ฉี่เป็นเลือด หรือพยายามเบ่งฉี่แต่ไม่ออก ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น



 
 
bottom of page